[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 47 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 1 คน

[Admin]
link banner

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
ท้องผูก (Constipation) คืออะไร?  VIEW : 12    
โดย ดร. ศิรพงศ์ รักต์เธียรธรรม

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 12
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 2
Exp : 88%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 171.96.191.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 24 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560 เวลา 23:20:20   

ท้องผูก (Constipation) คืออะไร?
www.honestdocs.co/constipation
www.honestdocs.co


อาการท้องผูกเกิดขึ้นเมื่อคุณมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
ท้องผูก (Constipation) เป็นปัญหาของระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยปัญหาหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนไหวของลำไส้ไม่สม่ำเสมอหรือมีการขับถ่ายลำบาก ซึ่งจัดเป็นอาการหนึ่งของปัญหาสุขภาพต่างๆ มากกว่าจะจัดว่าเป็นโรคจากตัวของมันเอง โดยการขับถ่าย 'ปกติ' ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะถ่าย 3 ครั้งต่อวัน ในขณะที่คนอื่นๆ อาจถ่ายเพียงแค่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์
คุณอาจสันนิษฐานได้ว่าคุณมีอาการท้องผูก หากคุณมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จากจุดนี้ อุจจาระของคุณอาจจะแข็งขึ้น และมีอาการถ่ายลำบากหรือเจ็บเวลาถ่าย โดยในขณะที่ท้องผูกคุณอาจจะต้องใช้แรงมากกว่าปกติในการเบ่งถ่าย หรือรู้สึกว่าไม่สามารถถ่ายอุจจาระให้สุดได้
ความชุกและปัจจัยเสี่ยง
ท้องผูกเป็นหนึ่งในปัญหาทางระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 42 ล้านคน หรือเกือบ 15% ของประชากร โดยในปี ค.ศ. 2004 อาการท้องผูกส่งผลให้มีการเข้ามารักษาเป็นผู้ป่วยนอกถึง 6.3 ล้านครั้ง และได้รับการจ่ายยาถึง 5.3 ล้านครั้ง
ถึงแม้ว่าอาการท้องผูกสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่คุณจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมาก หากคุณมีปัจจัยต่อไปนี้
• เพศหญิง
• อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 65 ปี
• รายได้น้อย
• ไม่ได้เป็นคนยุโรป
คุณจะมีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการท้องผูกด้วยเช่นกัน หากคุณตั้งครรภ์ เพิ่งคลอดบุตร หรือเพิ่งได้รับการผ่าตัด
สาเหตุของอาการท้องผูก
ระบบทางเดินอาหาร ประกอบด้วยอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อกลวงต่อกัน ตั้งแต่ปากของคุณไปจนถึงทวารหนัก ทำหน้าที่ในการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และขับถ่ายของเสีย โดยในระบบทางเดินอาหารส่วนล่างของคุณ ซึ่งประกอบด้วยลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำจากอาหารที่ย่อยแล้ว และเปลี่ยนมันจากของเหลวให้กลายเป็นของแข็ง (อุจจาระ) ทั้งนี้ อาการท้องผูกเกิดขึ้นเมื่ออาหารที่ถูกย่อยแล้วใช้เวลาอยู่นานเกินไปในลำไส้ของคุณ เมื่อลำไส้ของคุณดูดซึมน้ำมากเกินไป จะทำให้อุจจาระอุจจาระของคุณแข็งและแห้ง และทำให้กล้ามเนื้อส่วนไส้ตรงทำการขับอุจจาระออกได้ยาก
ปัจจัยต่างๆที่สามารถนำไปสู่อาการท้องผูก ได้แก่
• รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
• มีกิจกรรมทางกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
• ดื่มน้ำน้อย
• ยาบางชนิด (เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยาระงับปวด ยาลดกรดในกระเพาะ และยาเสริมธาตุเหล็ก; ยากันชักและยาป้องกันกล้ามเนื้อเกร็งตัว; ยารักษาโรคพากินสัน; และยากลุ่ม Calcium channel blocker สำหรับรักษาโรคความดันลิตสูงและโรคหัวใจ)
• รับประทานยาระบายหรือสวนถ่ายบ่อย
• มีการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินทางไกล
• สุขนิสัยการขับถ่ายไม่เหมาะสม เช่น ชอบกลั้นอุจจาระ
• มีปัญหาหรือความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้แปรปรวน เนื้องอก หรือลำไส้อุดตัน; โรคแพ้กลูเตน (Celiac disease); และติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
• โรคและสภาวะความเจ็บป่วยต่างๆ เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis) เบาหวาน ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ โรคพากินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ (Stroke) และการได้รับบาดเจ็บของเส้นประสาท
ภาวะแทรกซ้อนของอาการท้องผูก
อาการท้องผูกโดยมากแล้วมักจะเกิดแบบเฉียบพลัน ซึ่งหมายความว่า อาการเกิดนั้นขึ้นทันทีทันใดและเป็นอยู่ไม่นาน แต่ท้องผูกก็สามารถเป็นแบบเรื้อรังได้เช่นกัน และการท้องผูกลักษณะนี้มักทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา
ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้ ได้แก่
• ริดสีดวงทวาร : หลอดเลือดดำบริเวณไส้ตรงหรือรอบรูทวารโป่งบวมอักเสบ ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้มีอาการปวดบริเวณไส้ตรงและมีเลือดออกได้
• รอยฉีกรอบรูทวาร (Anal Fissure) : เป็นรอยฉีกขาดขนาดเล็กรูทวารบริเวณผิวหนังรอบๆรูทวารซึ่งมักจะมีอาการคัน ปวด และเลือดออกร่วมด้วย
• ภาวะอุจจาระอัดแน่น (Fecal Impaction) : จากการที่ไม่สามารถขับอุจจาระออกได้เนื่องจากอุจจาระแข็งและอัดอยู่ในลำไส้แน่นเกินไป
• ลำไส้ปลิ้น (Rectal Prolapse) : ภาวะที่ส่วนของไส้ตรงยื่นออกมาอยู่นอกรูทวาร