[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 47 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 1 คน

[Admin]
link banner

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
การรักษาโรคมะเร็งปอด  VIEW : 20    
โดย ดร. ศิรพงศ์ รักต์เธียรธรรม

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 12
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 2
Exp : 88%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 171.96.191.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 24 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2560 เวลา 23:21:11   

การรักษาโรคมะเร็งปอด
www.honestdocs.co/lung-cancer/lung-cancer-treatment
www.honestdocs.co


ทางเลือกในการรักษามะเร็งปอดนั้นมีได้ตั้งแต่การผ่าตัด การฉายรังสี และการให้ยาเคมีบำบัด
ภายหลังจากที่คุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดนั้น แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งจะทำการพูดคุยถึงทางเลือกในการรักษากับคุณ ทางเลือกในการรักษานี้จะขึ้นกับระยะของโรคหรือการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง มะเร็งปอดนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer หรือ SCLC) และชนิดที่ไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell lung cancer หรือ NSCLC) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้รักษาต่างกัน
การรักษามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก
ทางเลือกในการรักษามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก ประกอบด้วย
• การให้ยาเคมีบำบัด : เป็นวิธีการหลักในการรักษามะเร็งชนิดนี้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยคุณจะได้รับยาต้านมะเร็งหลายตัว ยาบางตัวสามารถใช้รับประทานได้ ในขณะที่บางตัวต้องทำการฉีดเข้าเส้นเลือดำ ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดมักจะได้รับยาเคมีบำบัดประมาณ 4-6 รอบ แต่ละรอบนั้นใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ในหนึ่งรอบนั้นจะรวมเวลาที่ได้รับยา (1-3 วัน) ตามด้วยช่วงเวลาที่ให้ร่างกายฟื้นตัวจากการรักษา
• การฉายรังสี : เป็นวิธีที่ใช้การฉายรังสีพลังงานสูง (เช่น เอกซเรย์) เพื่อใช้ฆ่าเซลล์มะเร็ง รังสีนี้จะถูกสร้างมาจากเครื่องที่อยู่นอกร่างกายและพุ่งเป้าไปที่ก้อนมะเร็ง ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กอาจได้รับการฉายรังสีร่วมกับการรับเคมีบำบัดหรืออาจฉายรังสีหลังจากสิ้นสุดการให้ยาเคมีบำบัด
• การผ่าตัด : การผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งออกอาจเป็นทางเลือกในการรักษามะเร็งชนิดนี้ระยะเริ่มต้นซึ่งก้อนยังอยู่ในปอดข้างเดียวและไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น
สมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณว่า สามารถพบโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กในระยะเริ่มต้นเช่นนี้ได้น้อยกว่า 1 ใน 20 คน
การรักษาโรคมะเร็งชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก
ทางเลือกในการรักษา ประกอบด้วย
• การผ่าตัด : การผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งออกนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเมื่อมะเร็งยังอยู่ในระยะเริ่มต้น อาจใช้การฉายรังสี และ/หรือ การให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการผ่าตัด
• การฉายรังสี : ในบางครั้งการฉายรังสีอาจเป็นวิธีการรักษาหลักของมะเร็งชนิดนี้ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการฉายรังสีแทนการผ่าตัดหากก้อนมะเร็งนั้นไม่สามารถผ่าตัดได้เนื่องจากขนาดหรือตำแหน่งภายในปอด บางครั้งอาจให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดไปพร้อมกับการฉายรังสี
• การให้ยาเคมีบำบัด : การให้ยาเคมีบำบัดสามารถใช้ได้ในสถานการณ์ต่างๆ ขึ้นกับระยะของโรค บางคนอาจได้รับยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดเพื่อทำให้ก้อนมีขนาดเล็กลง ในขณะที่บางคนอาจรับยาเคมีบำบัดหลังจากการผ่าตัดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ การฉายรังสีมักใช้ร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดก่อนหรือหลังการผ่าตัด บางครั้งการให้ยาเคมีบำบัดก็ถือเป็นวิธีการรักษาหลักของโรคมะเร็งระยะลุกลาม
• การรักษาแบบจำเพาะ : แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้เพื่อให้จำเพาะกับเซลล์มะเร็ง ยากลุ่มนี้แตกต่างกับยาเคมีบำบัดทั่วไปที่การทำงานของมันและมักใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะลุกลาม ยากลุ่มนี้มักให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด ยาที่มักใช้บ่อย ประกอบด้วย
o Alecensa (alectinib)
o Avastin (bevacizumab
o Cyramza (ramucirumab)
o Keytruda (pembrolizumab)
o Tarceva (erlotinib)
o Xalkori (crizotinib)

• การรักษาด้วยภูมิคุ้มกัน : การรักษาวิธีนี้ใช้ยาที่กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าไปจับและฆ่าเซลล์มะเร็งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การรักษาวิธีนี้สามารถใช้รักษามะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็กบางชนิดได้
อัตราการรอดชีวิตของมะเร็งปอด
อัตราการรอดชีวิตมักพูดเกี่ยวกับผลลัพธ์ของผู้ที่เป็นมะเร็งปอด อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี หมายถึง จำนวนผู้ป่วยที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ 5 ปีหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง บางคนอาจสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 5 ปี อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีของมะเร็งปอดทุกชนิดรวมกันนั้นอยู่ที่ประมาณ 18% ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดมากกว่าครึ่งจะเสียชีวิตภายในปีแรกที่ได้รับการวินิจฉัย อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีของมะเร็งปอดที่ตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกนั้นอยู่ที่ประมาณ 54% และอยู่ที่ 4% ในผู้ป่วยที่ตรวจพบระยะที่มะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย